11 สัญญาณเตือนว่าคุณกำลังขาดวิตามิน

11 สัญญาณเตือนว่าคุณกำลังขาดวิตามิน

1. ผิวแห้ง หยาบกร้าน
หากคุณรู้สึกว่าผิวของคุณแห้ง และหยาบกร้านขึ้น ถึงแม้ว่าคุณจะบำรุงด้วยครีมแล้วก็ตาม แสดงว่าร่างกายคุณกำลังขาดวิตามินหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น วิตามินเอ ที่ช่วยทำให้เซลล์ผิวหนังแข็งแรงขึ้นและรักษาสภาพเยื่อบุผิว ส่วนวิตามินซีและอี ชวยในเรื่องของการสร้างคอลลาเจน เพื่อบำรุงผิวพรรณ และช่วยรักษาแผลสด

2. นอนไม่หลับ
ร่างกายของคุณอาจมีระดับแมกนีเซียมต่ำ เพราะแมกนีเซียมมีบทบาทสำคัญ ในการช่วยคลายความเครียด ช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย ทำให้คุณสามารถนอนหลับได้ง่ายขึ้น

3. อ่อนเพลีย กล้ามเนื้ออ่อนแรง ปวดกล้ามเนื้อและข้อ
อาการอ่อนเพลีย กล้ามเนื้ออ่อนแรง ปวดกล้ามเนื้อและข้อ เพราะเนื้อเยื่อประสานในร่างกายกำลังผิดปกติ ทำให้เห็นชัดว่าคุณกำลังขาดวิตามินซี ซึ่งมีส่วนช่วยในการสร้างคอลลาเจนที่เป็นส่วนประกอบของเนื้อเยื่อประสาน หากคุณขาดวิตามินซีอย่างรุนแรง อาจทำให้คุณมีเลือดออกตามไรฟัน เข้าสู่ภาวะโรคลักปิดลักเปิด ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากการขาด พบจุดจ้ำเลือดตามผิวหนัง เหงือกร่น และฟันหลุด ร่วมได้

4. กล้ามเนื้อหดเกร็ง ขากระตุก เป็นตะคริวบ่อย ๆ
การที่มีโพแทสเซียมต่ำ อาจทำให้เกิดตะคริวได้ และร่างกายต้องการแคลเซียมในการสร้างกล้ามเนื้อ นอกจากนี้ อาจหมายความว่าร่างกายมีระดับแคลเซียมที่ลดต่ำลง เพราะแคลเซียมมีส่วนช่วยในการตอบสนองของกล้ามเนื้อและเซลล์ประสาท เมื่อแคลเซียมลดลง จะทำให้เซลล์เหล่านี้ถูกกระตุ้นได้ง่ายขึ้น ทำให้เกิดการหดตัว แข็งเกร็ง และเป็นตะคริวได้

5. เลือดกำเดาไหลได้ง่าย เลือดหยุดไหลยาก
นอกจากเลือดกำเดาไหล หากรุนแรงมากอาจทำให้คุณ มีเลือดออกในทางเดินอาหาร และมีจุดจ้ำเลือดที่บริเวณผิวหนัง ที่เป็นเช่นนี้ เพราะคุณกำลังขาดวิตามินเค ซึ่งมีส่วนช่วยในกระบวนการทำให้เลือดแข็งตัว
6. สิว
นอกจากการล้างหน้าไม่สะอาด การเผชิญมลภาวะ การที่ไม่บำรุงผิว หรือไม่ดูแลผิวหน้าให้ดีจะทำให้เกิดสิวแล้ว การขาด วิตามินเอ หรือ วิตามินดี ก็สามารถทำให้เกิดตุ่มคล้ายสิวขึ้นได้เช่นกัน เพราะวิตามินเอ มีส่วนช่วยในการป้องกันการเกิดสิว ลดจุดด่างดำบนในหน้า และลดการอักเสบของสิวได้
7. ผมร่วง
ภาวะการขาด สังกะสี อาจเป็นสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้เกิดอาการผมร่วง ผมบาง ได้ เนื่องจากสังกะสี เป็นแร่ธาตุที่มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโต การสร้างเนื้อเยื่อ รวมถึงการแบ่งตัวของเซลล์รากผมด้วย

8. โรคปากนกกระจอก
โรคปากนกกระจอก เป็นโรคที่สามารถเกิดได้กับทุกเพศทุกวัย และสามารถหายได้เองภายในระยะเวลาสั้น ๆ แต่ก็มีโอกาสเกิดขึ้นซ้ำอีกได้ โดยผู้ที่เป็นโรคนี้ สาเหตุของโรค คือ กำลังอยู่ในภาวะขาดวิตามินบี โดยเฉพาะ วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 และ วิตามินบี 12 รวมถึงการขาดแร่ธาตุสังกะสี และธาตุเหล็ก ทำให้ร่างกายอ่อนแอลง มีภูมิต้านทานต่ำ

9. ปวดชาบริเวณปลายมือ และ เท้า
ร่างกายขาดวิตามิน บี 1 วิตามินบี 6 และวิตามิน บี 12 มักจะทำให้เกิดอาการปวดชาบริเวณปลายมือปลายเท้า โดยวิตามินบี 1 และวิตามินบี 6 ช่วยสร้างสารสื่อประสาท และการส่งสัญญาณประสาท ส่วนวิตามินบี 12 นั้น เกี่ยวข้องกับการสร้างเยื่อไมอิลิน ที่ทำหน้าที่ช่วยส่งสัญญาณกระแสประสาท การขาดวิตามินเหล่านี้ จึงจะทำให้ร่างกายเกิดอาการผิดปกติ ปวด หรือชาบริเวณเส้นประสาทรอบนอก หรือปลายมือปลายเท้าได้

10. เล็บเปราะ
เมื่อร่างกายของคุณมีธาตุเหล็กต่ำ ร่างกายบางส่วนจะเริ่มแสดงความอ่อนแอ ออกมาในรูปแบบของเล็บที่เปราะ ผู้ที่เสี่ยงมีธาตุเหล็กในร่างกายต่ำ คือ ผู้หญิงที่มีอาการประจำเดือนมามากผิดปกติ และ ผู้ที่ทานมังสาวิรัต เพราะร่างกายสามารถดูดซึมธาตุเหล็กที่มากับเนื้อสัตว์ได้ดีที่สุด ดังนั้นจึงนิยมทานผัก เช่น ผักโขม หรือถั่วลูกไก่ ร่วมกับอาหารที่มีวิตามินซีสูง เพื่อเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็กเข้าสู่ร่างกาย

11. กระดูกเปราะ กระดูกหักง่าย
ร่างกายขาดแคลเซียม เพราะเมื่ออายุ 30 ปี ไปแล้ว ร่างกายของเราจะเริ่มสูญเสียความสามารถในการดูดซึมแคลเซียมไป ทำให้อาจมีความเสี่ยงในการเป็นโรคกระดูกบาง ภาวะกระดูกพรุน และกระดูกหัก เนื่องจากมวลกระดูกลดลงนั่นเอง