SERGIS สมุนไพรที่ใครๆก็ชื่นชอบ

เว็บ SERGIS เป็นเว็บสำหรับสมุนไพรที่เอาไว้บำรุงเกี่ยวกับตับโดยเฉพาะ ซึ่งสมุนไพรนี้เป็นสมุนไพรที่เป็นที่ยอมรับของคนทุกคน

โรคตับเราอาจจะเคยได้ยินกันมาบ้างแล้วแต่ใครจะรู้บ้างไหมว่าโรคตับจริงๆแล้วร้ายแรงถึงขั้นสามารถฆ่าชีวิตของคนเราได้เลยนะ

หลายๆคนคงเคยได้ยินเรื่องโรคมะเร็งตับ เป็นโรคที่เรียกได้ว่าตัวการฆ่าชีวิตของคนไทยเป็นอันดับหนึ่งเลย คนไทยตายด้วยโรคนี้มากกว่ามะเร็งอื่นๆหากเปลี่ยนเทียบกันแล้วเยอะกว่าโรคทั่วไปอย่างไข้หวัดก็ว่าได้โดยจะเป็นมากในผู้ชาย และถ้าในผู้หญิงโรคมะเร็งตับนั้นจัดว่าเป็นโรคร้ายแรงสำหรับผู้หญิงอยู่อันดับสี่ หรือ อันดับห้ารองลงมาจากมะเร็งเต้านม ถามยอดที่โรคตับค่อยจัดการคนทั่วไปนั้นเยอะขนาดไหนประมาณตัวเลขได้ถึงสิบล้านคนหรือห้าล้านมากกว่าจังหวัดกรุงเทพที่เราอาศัยกันอยู่นั้นเอง

อันนี้เฉพาะในคนไทย แต่หากเรานับเป็นจำนวนทั่วโลกที่โรคตับฆ่าไปนั้น ให้เราประมาณเราหรือเปลี่ยนเทียบเอา นักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศษได้ทำการวิเคราะ หรือ วิจัยโดยนำเอาคน 12 คน เปรียบเหมือนกับ 120 ล้านคนมายืนเรียงกัน เพื่อตรวจดูว่าโรคไหนจะพบมาที่สุด คุณเชื่อไหมว่า ใน 12 คนนั้น มีคนที่เป็นโรคตับอยู่ 1 ถึง 2 คน นั้นแปลได้ว่า โรคตับนั้นเป็นโรคที่อันตราร้ายแรงเลยก็ว่าได้ ที่ทั่วโลกยอมรับและกำลังป้องกันโรคนี้กันอย่างจริงจัง เพราะฉะนั้นถ้าคุณกำลังอ่านบทความนี้อยู่ เราจึงขอเตือนให้คุณต้องควรตระหนักกันได้แล้วว่าโรคตับนั้นเป็นโรคที่ร้ายแรงและ เราควรดูแลตับของเรานั้นให้ดีที่สุด เพราะเราอาจจะเป็นเหยื่อ หนึ่งในสิบล้านคนที่โรคตับฆ่าไปก็เป็นได้

check!! อาการเนื้องอกในมดลูก

เนื้องอกในมดลูกปัจจุบันในทางการแพทย์นั้นยังไม่พบสาเหตุที่แท้จริง แต่พบว่ามีความสัมพันธ์กับฮอร์โมนเอสโตรเจนซึ่งสร้างในรังไข่ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมหญิงวัยเจริญพันธุ์จึงมีอัตราการเกิดเนื้องอกในมดลูกสูง และเนื้องอกมักจะฝ่อตัวเล็กลงหลังจากเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน

อาการของเนื้องอกในมดลูก

-ประจำเดือนมามากกว่าปกติ หรือมานานกว่า 1 สัปดาห์

เป็นอาการที่พบในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ ปวดกระปริดกะปรอย ปวดหน่วงๆ ปวดหลังส่วนล่างแบบเรื้อรัง

-รู้สึกแน่นหรือปวดบริเวณท้องน้อย

ในกรณีที่เนื้องอกในมดลูกมีขนาดใหญ่ ผู้ป่วยอาจรู้สึกอึดอัด แน่นท้อง ไม่สบายท้อง ท้องบวม หรือท้องน้อยมีขนาดโตขึ้น

ท้องโตขึ้น (โดยเฉพาะที่บริเวณท้องน้อยหรืออุ้งเชิงกราน) และในบางรายอาจมีอาการปวดหลังร่วมด้วย

-ปัสสาวะบ่อย หรือปัสสาวะลำบาก

เป็นอาการที่เกิดในระบบทางเดินปัสสาวะและระบบทางเดินอาหาร โดยมีมดลูกยื่นมากดทับส่งให้ปัสสาวะบ่อย

-รู้สึกเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์

-ปวดหลัง หรือปวดขา

คนทั่วไปเรียกว่าปวดร้าวไปหลัง เอว ก้นกบ ปวดลงขา เป็นต้น

-ท้องผูก

อาจมีอาการท้องผูกเรื้อรังเนื่องจากเนื้องอกมดลูกไปกดเบียดบริเวณทวารหนัก

-เกิดภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ คลอดบุตร หรือมีความเสี่ยงที่ทำให้ต้องผ่าคลอด

-มีบุตรยาก แต่มักเกิดขึ้นได้น้อย

คนที่มีภาวะมีบุตรยากแล้วไปตรวจหาสาเหตุ ก็อาจพบว่ามีเนื้องอกในมดลูกได้

หากผู้ป่วยมีอาการดังกล่าวควรเข้าพบแพทย์ โดยที่ส่วนใหญ่แล้วเนื้องอกในมดลูกไม่ใช่โรคร้ายแรงที่พัฒนาจนเป็นมะเร็งซึ่งโรคนี้สามารถทำการรักษาได้และยังสามารถผ่าตัดแบบธรรมดาหรือใช้เทคนิคการผ่าตัดแบบใหม่ที่ได้ผลดีกว่าเดิม คือการผ่าตัดผ่านกล้อง

อาหารไม่ย่อยต้องระวัง วิธีป้องกันอาหารไม่ย่อย

ยิ่งอายุมากขึ้น ยิ่งต้องใส่ใจสุขภาพเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน เพราะอาจส่งผลทำให้เกิดอาการ “อาหารไม่ย่อย” เป็นอาการที่สามารถเกิดขึ้นในทั้งขณะที่เรากำลังทานอาหารหรือหลังทานอาหาร สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย พบมากในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ เมื่อเกิดอาการจะรู้สึกไม่สบายท้องตรงบริเวณยอดดอกหรือใต้ลิ้นปี่ มีอาการปวดท้อง แน่นท้อง จุกเสียด หรือมีอาการแสบร้อนกลางอก โดยอาการนี้สามารถเกิดขึ้นและหายได้เอง วันนี้ Ged Good Life ก็มีเคล็ดลับดีๆ ในการป้องกันอาหารไม่ย่อยมาฝากกัน

  1. เลี่ยงได้จะดีมาก! อาหารที่มีไขมันสูง เช่น อาหารทอด และหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด อาหารสำเร็จรูป
  2. รับประทานอาหารให้ตรงเวลาในแต่ละมื้อ งดอาหารมื้อใหญ่ช่วงดึก
  3. ห้ามอิ่มปุ๊ปหลับปั๊ป! หลังทานอาหารควรรอย่อยก่อน 3 ชั่วโมงก่อน ค่อยเข้านอน
  4. ควรเคี้ยวอาหารให้ละเอียด อย่ารีบกิน อย่ากินปริมาณมากเกินไป เลือกทานอาหารในปริมาณที่เหมาะสม
  5. งดสูบบุหรี่ ดื่มน้ำอัดลม ชา กาแฟ เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของโซดา
  6. เครียดให้น้อยลง ลองหากิจกรรมทำให้ผ่อนคลาย เช่น ท่องเที่ยว ดูหนังฟังเพลง ทำสมาธิ ฯลฯ และพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่เครียด
  7. ควรออกกำลังกายเป็นประจำ เลี่ยงภาวะอ้วนลงพุง

รู้แล้ว อย่าทำ พฤติกรรมทำร้ายสุขภาพ

ในปัจจุบันถึงแม่ว่าจะมีคนให้ความสนใจเรื่องสุขภาพกันมากขึ้น แต่ก็ยังมีอัตราการเกิดโรคมากขึ้นเช่นกัน เพราะว่าหลาย ๆ คนเผลอทำพฤติกรรมที่ทำร้ายสุขภาพโดยไม่รู้ตัว มาลองดูกันว่าพฤติกรรมเหล่านี้ เป็นพฤติกรรมที่คุณเผลอทำกันหรือไม่

หูเสื่อมไม่รู้ตัว

  • – ใส่หูฟังเปิดเพลงเสียงดังเกิน 80 เดซิเบล
  • – แคะหูบ่อย ขาดขี้หูซึ่งช่วยป้องกันสิ่งแปลกปลอม
  • – ดำน้ำบ่อยเกินไป ความดันหูไม่สมดุล
  • – เที่ยวในสถานที่เสียงในสถานที่เสียงดังเกิน 100-120 เดซิเบล
  • – ติดกินเค็มจัด ท่อน้ำในหูชั้นในโป่งและแตก

เลี่ยงต้นเหตุโรคกระเพาะอาหาร

  • – ไม่ทานอาหารรสเผ็ดจัด เปรี้ยวจัด
  • – งดเหล้า เบียร์ ยาดอง
  • – ละเว้นน้ำชา กาแฟ
  • – งดสูบบุหรี่
  • – นอนไม่พอ
  • – กินไม่ตรงเวลา

พฤติกรรมทำลายกระดูก

  • – นั่งไขว่ห้าง
  • – นั่งหลังงอ หลังค่อม
  • – ยืนพักขาลงน้ำหนักที่ขาข้างเดียว
  • – ใส่ส้นสูงเกินนิ้วครึ่ง
  • – นิ้วของหนักด้วยนิ้ว
  • – นั่งกอดอก
  • – นั่งเก้าอี้ไม่เต็มก้น
  • – ยืนแอ่นพุง

พฤติกรรมเหล่านี้ ล้วนเป็นพฤติกรรมที่ทำร้ายสุขภาพของเราให้แย่ลง เพราะฉะนั้นหากคุณอยากมีสุขภาพดี ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านี้ เพื่อสุขภาพที่ดี