อาการตกขาวที่เราควรที่จะใส่ใจ  

เมื่อสาวนั้นเท่านั้นที่จะรู้ว่าอาการตกขาวนั้นเป็นเรื่องที่เรานั้นไม่ควรที่จะมองข้ามเพราะว่าอาการนั้นอาจจะส่งผลต่อการที่เราต้องใช้ชีวิตประจำวันนั่นเองการที่เรานั้นเป็นอาจจะส่งผลให้เรานั้นเกิดอาการที่รู้สึกว่าเรานั้นเป็นเรื่องที่เราไม่ควรที่จะเป็นและถ้าใครนั้นเป็นแล้วยิ่งมีกลิ่นด้วยแล้วควรที่จะเข้าการปรึกษาคุณหมอเป็นการด่วนเพราะว่าอาการเหล่านี้นั้นเราเป็นผู้หญิงนั้นไม่ควรที่จะมองข้ามนั่นเอง

  อาการตกขาวที่เรานั้นสามารถที่จะเป็นกันได้ทุกวันเพราะว่าเรานั้นจะมีอาการที่เรานั้นตกขาวกันอยู่ทุกวันอย่างเช่นอาการที่เรานั้นเป็นเพราะว่าจะมีน้ำใสนั้นออกมาจากช่องคลอดนั่นเองหรือว่าบางที่นั้นอาจจะมีสีที่เปลี่ยนไปนั่นก็คือออกเป็นสีเหลืองนั่นเอง  อาการตกขาวนั้นฟังดูอาจจะไม่ใช่เรื่องใหญ่มากนั้นแต่ถ้ามีอาการที่แปลกหรือว่าเปลี่ยนไปจากเดิมนั้นเราก็ควรที่จะไปปรึกษาคุณหมอเพื่อที่จะได้รักษาได้ทันท่วงที 

   อาการที่เรานั้นเป็นคืออาการตกขาวที่เรานั้นเป็นคืออาการที่มีสีขาวใส หรือว่าออกมาเป็นแบบสีเหลืองนั่นเอง  หรือว่าในบางครั้งอาจจะมีกลิ่นที่ออกมาด้วยเพราะว่าเกิดจากการที่เรานั้นมีประจำเดือนนั่นเองเรานั้นไม่ควรที่จะตกใจ 

    แต่ว่าอาการที่เรานั้นเข้าข่ายว่าเรานั้นจะเป็นโรคนั้นก็มีอย่างเช่นการที่เรานั้นตกขาวนั้นอาจจะมาจากการที่เรานั้นติดเชืออย่างเช่น  การที่เรามีเพศสัมพันธ์  หรือว่าแบคทีเรีย  การที่เรานั้นจะเป็นเชื้อรา  ซึ่งสาเหตุนี้นั้นเป็นเรื่องที่เริ่มต้นที่เรานั้นจะเป็นแต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เรานั้นเป็นแล้วแต่ว่าเราปล่อยปะระเลยนั้นเรานั้นอาจจะเป็นโรคอย่างอื่นนั้นก็ได้อย่างเช่น เป็นโรค  เนื้องอก  มะเร็ง  เพราะว่าเรานั้นมีสิ่งแปลกปอมเข้าไปในร่างกายนั่นเอง  

    อาการที่เรานั้นตกขาวที่ไม่ปกติ  นั้นก็คือการที่มีกลิ่นที่เปลี่ยนไป  กลิ่นคาว  สีที่เปลี่ยนไปนั้นก็คือ  อาจจะเป็นสีเขียว  หรือว่าสีเทา  จากนั้นอาจจะมีเลือดที่ออกมาร่วมด้วยนั่นเอง  อาการเหล่านี้นั้นจะเกิดขึ้นร่วมกับว่าเรานั้นมีอาการคันที่ช่องคลอดมีไข้  ปวดท้อง  อย่างนี้เป็นต้น   อาการเหล่านี้นั้นเราก็ควรที่จะไปปรึกษาคุณหมอเพื่อที่จะได้เข้าการรักษาอย่าปล่อยเอาไว้เพราะว่าเรานั้นอาจจะเป็นเยอะหรือว่ากลายเป็นเรื่องที่หนักขึ้น  การที่เรานั้นเป็นเราก็ไม่ควรที่จะอายคุณหมอ  เพราะว่าการที่เรานั้นไปตรวจเพื่อที่จะได้ไม่มีอาการที่เป็นและเมื่อเรานั้นรู้ทันว่าเรานั้นเป็นเราจะได้รีบรักษาอาการนั่นเอง  

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  แทงหวยไม่มีขั้นต่ำ

หนึ่งในข้อเสียของบุหรี่ไฟฟ้า


เรื่องนี้จริงๆแล้ว มันเป็นเรื่องของการใช้งานอีกด้วย เพราะว่าคนเรานั้นใช้ของ รักษาของไม่เหมือนกัน แล้วก็รวมถึงความระมัดระวังในการใช้อีกด้วย เพราะว่าการใช้บุหรี่ไฟฟ้านั้น มีหลายส่วนที่ต้องการการบำรุงรักษา และก็มีอีกบางส่วนที่เมื่อถึงเวลาไม่ควรใช้แล้วก็ต้องเปลี่ยนเช่นเดียวกัน ดังนั้นการสูบบุหรี่ไฟฟ้าก็ทำให้ต้องมีการบำรุงรักษาอยู่ตลอดเวลา เอาจริงๆแล้ว บุหรี่ไฟฟ้ากับบุหรี่มวนก็มีอะไรเหมือนกันอยู่บ้าง

อย่างแรกนั้นคือตัวน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้านั้นเอง น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้านั้นเป็นสารที่มีอายุการใช้งานด้วย ไม่ใช่ว่าจะเก็บได้ตลอดไป เพราะมันมีสารอยู่หลายอย่างโดยเฉพานิโคติน ที่อยู่ในขวดนั้นมันมีอายุของมันอยู่ ถ้าเกิดเก็บไว้นานจนเกินไป อาจจะเกิดผลลัพธ์หลายอย่างที่ไม่น่าพึงประสงค์ อย่างกลิ่นที่เปลี่ยนไป หรือสูบแล้วแสบคอกว่าปกติ รวมถึงสิ่งที่เราอาจจะไม่เห็นด้วยซ้ำเวลาอยู่ในขวด นั้นก็คือเชื้อรา

การที่เสพเชื้อราเข้าไป บางชนิดอาจทำให้เกิดผลร้ายแรงกับร่างกายก็เป็นได้ จริงๆแล้วในเรื่องนี้อย่างที่บอกไป เรื่องการเสื่อมของสารนิโคติน ในบุหรี่ธรรมดาก็เกิดขึ้นได้เช่นกัน ถ้าเกิดเก็บไว้นานเกินไป จะสังเกตุได้ว่า ถ้าเอาไปสูบ จะรู้สึกมีรสชาติแปลกๆ นั้นก็เพราะสารนิโคตินในยาสูบนั้นเสื่อมสภาพลงและก็ยังมีเรื่องของเชื้อราที่ขึ้นได้อย่างง่ายดายกว่าน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าเสียอีก ตามความชื้นของตัวมวนและกระดาษมวนก็เป็นเหตุให้มีเชื้อราขึ้นได้ง่าย

ต่อมาก็ในเรื่องของส่วนต่างๆของบุหรี่ไฟฟ้า ที่มีทั้งตัวแท็งค์น้ำยา และตัวคอยล์เผาไหม้น้ำยา ทั้งหมดนั้นก็ต้องมีการล้างและบำรุงรักษาบ้าง สักสองสามอาทิตย์ล้างครั้งหนึ่งก็ได้ แต่ในส่วนของคอยล์นั้น ก็ไม่ควรใช้นานเกิน เพราะการใช้นานๆจะทำให้คอยล์ไหม้ และเป็นอันตรายต่อร่างกายอย่างแน่นอน ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าเกิดเราใช้หัวคอยล์สักพักแล้วรู้สึกได้กลิ่นไหม้ นั้นก็มเป็นสัญญาณแล้วล่ะว่า หัวคอยล์กำลังเริ่มจะไหม้แล้ว ตอนที่ได้กลิ่นไหม้ๆแบบนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ดีต่อร่างกายนัก เพราะฉะนั้นก็ควรจะเปลี่ยนตั้งแต่ที่ได้กลิ่นเริ่มแรงระดับหนึ่ง

การใช้บุหรี่ไฟฟ้านั้นมีความยุ่งยากมากกว่าการสูบบุหรี่มวนมากกว่าสักหน่อย เพราะว่าเป็นเรื่องของเทคโนโลยีด้วยแล้ว ก็ต้องดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ มันต่างกับการดูดบุหรี่มวน ที่ดูดเสร็จก็ทิ้งไป แต่ว่าบุหรี่ไฟฟ้านั้นยังต้องใช้ตัวของมันดูดเป็นหลักอยู่เสมอๆ ดังนั้นนี่คืออุปสรรคที่เพิ่มขึ้นจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้า ถ้าเกิดว่ารับเรื่องความยุ่งยากในการใช้บุหรี่ไฟฟ้า ก็ควรจะคิดว่าไม่เหมาะกับตัวเองหรือปล่าว

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  หวยออนไลน์

ไข่ขาว สารพัดประโยชน์

         หลายท่านเข้าใจว่าไข่ขาวให้ประโยชน์แต่เฉพาะในเรื่องของอาหารเท่านั้น เช่น ถ้าต้องการลดน้ำหนักและสร้างกล้ามเนื้อเทรนเนอร์จะแนะนำให้ทานไข่ขาวมากกว่าอาหารชนิดอื่นๆ หรือในผู้ป่วยที่เป็นโรคไตคุณหมอก็จะแนะนำให้คนไข้ทานอาหารที่ทำมาจากไข่ขาว เนื่องจากโปรตีนในไข่ขาวจะย่อยง่ายกว่าเนื้อสัตว์  แท้จริงแล้วไข่ขาวยังมีประโยชน์มากกว่าที่จะเป็นแค่อาหาร ดังนั้นวันนี้เราจะมาพูดถึงประโยชน์ของไข่ขาวในด้านอื่นๆที่คุณยังไม่รู้กันค่ะ

เป็นตัวช่วยให้ผิวสวยอย่างเป็นธรรมชาติ

         คิดว่าสาวๆทุกท่านต้องผ่านการนำไข่ขาวมาใช้บำรุงผิวพรรณเพื่อความสวยงามกันมาแทบจะทุกคน  เพราะคุณสมบัติที่โดดเด่นของไข่ขาวก็คือสามารถนำมาใช้ให้ผิวหน้าเราสะอาดสะอ้าด นำมาแปะกับกระดาษทิชชู่ใช้ลอกสิวเสี้ยนที่จมูกได้ และถ้านำไข่ขาวมาพอกหน้าอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง ช่วยให้ผิวหน้าขาวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แถมรูขุมขนบนใบหน้ากระชับเล็กลง ใบหน้าดูสวยใสมีออร่ายิ่งขึ้น

      

บำรุงให้ผมนุ่มสลวย

      ใช้ไข่ขาว 1 ฟอง นำมาคนหรือตีให้ขึ้นฟอง ใส่ลงไปน้ำมันมะกอกเล็กน้อย จากนั้นคนให้เข้ากัน นำมาหมักผมทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ครบเวลาแล้วสระผมด้วยแชมพู ล้างน้ำเปล่าให้สะอาด ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือช่วยบำรุงเส้นผมให้สุขภาพดี นุ่มสลวย เงางามและดูมีน้ำหนัก

 

รักษาอาการน้ำร้อนลวก

      บางครั้งในชีวิตประจำวันของเราอาจมีพลาดโดนน้ำร้อนลวกมือหรือแขนขาได้  หากโดนน้ำร้อนลวกให้รีบเอาไข่ไก่ที่มีในตู้เย็น มาตอกใส่ชามแยกไข่แดงออก จากนั้นให้นำไข่ขาวมาทาบริเวณที่โดนน้ำร้อนลวก ทิ้งไว้ให้แห้ง แล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาด เพื่อบรรเทาอาการรอยแดงและความเจ็บปวดจากแผลพุพอง

 

สามารถใช้เป็นกาวได้  

       ไข่ขาวดิบมีคุณสมบัติเป็นสารละลายที่ให้ความหนืดและติดทนนาน ดังนั้นเราจึงสามารถนำเอาไข่ขาวมาใช้แทนกาวได้กับงานฝีมือบางประเภท โดยเฉพาะพวกงานประดิษฐ์สิ่งของที่มีน้ำหนักเบา เช่นงานติดกลิตเตอร์  งานพวกเปเปอร์มาเช เป็นต้น

 

ใช้ขัดให้เครื่องประดับเงาวับเหมือนใหม่

      หากท่านมีเครื่องประดับที่ดูหมองๆ เวลาใส่ออกงานแล้วไม่สวย  เรามีวิธีแก้ ให้เอาไข่ขาวที่ต้มสุกแล้ว มาใส่ในถุงซิปล็อก ใช้นิ้วบดไข่ขาวให้ละเอียด จากนั้นให้นำเครื่องประดับใส่ลงไป ใช้มือบีบคลุกให้ทั่วๆใช้เวลาไม่นาน เมื่อนำมาล้างน้ำสะอาด จะเห็นว่าเครื่องประดับจากตอนแรกที่ดูหมองจะกลับมาเงาวับเหมือนใหม่

          

 ตกใจกันใช่ไหมคะ เมื่อรู้ความจริงว่าไข่ขาวสามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในด้านอื่นๆได้อีกหลายอย่าง เพราะฉะนั้นแนะนำให้คุณพ่อบ้านคุณแม่บ้านทั้งหลายควรซื้อไข่ไก่มาเก็บกักตุนไว้ที่บ้านอย่าให้ขาด เพราะเมื่อถึงเวลาเราจะได้หยิบออกมาใช้กันได้เลยไงคะ

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv

ลดอาหารลดสิว

เรื่องสิวสำหรับทุกคนคงเป็นปัญหากวนใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะสาวๆแน่นอน เพราะสำหรับผู้หญิงแล้วใบหน้าเป็นส่วนที่สำคัญมากๆเลยก็ว่าได้ แค่จะต้องออกจากบ้านไม่ว่าจะต้องไปทำงานหรือแค่เดินออกหน้าปากซอย ถ้าบนใบหน้ามีสิวขึ้นก็ทำเราถึงกับต้องคิดมากเลยก็ว่าได้ และคงหนีไม่พ้นการแต่งหน้าที่จะช่วยปกปิดรอยสิว แต่รู้หรือไม่ว่ายิ่งแต่งหน้าแล้วจะยิ่งมีสารเคมีตกค้างบนใบหน้า จะยิ่งทำให้คุณนั้นเกิดสิวขึ้นเพิ่มมาได้อีก นอกจากปัญหาการแต่งหน้าหรือสิ่งสกปรกจากภายนอกแล้ว

การดูแลตัวเองจากภายในก็มีความสำคัญเช่นเดียว นั้นก็คือการกินอาหาร การได้สารอาหารแต่ละชนิดเข้าไปในร่างกาย บางคนอาจจะไม่ทราบถึงสารที่อยู่อาหารแต่ละชนิด หรือบางคนไม่อาจรู้ด้วยซ้ำว่าอาหารนั้นก็ส่วนกระตุ้นที่เข้าไปทำให้ร่างกายผลิตสิวออกมา ซึ่งได้มีงานวิจัยได้ออกมาแจ้งว่าอาหารที่เป็นตัวกระตุ้นสิวและควรหลีกเลี่ยงในการกินคือ นม ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม ขนมปัง อาหารเช้าสำเร็จรูปหรือซีเรียลที่มีส่วนประกอบของน้ำตาลในปริมาณที่มาก อาหารเหล่านี้หากกินเข้าไปมากๆและบ่อยครั้งจะทำให้เป็นตัวกระตุ้นชั้นดีที่ทำให้เกิดสิวอย่างแน่นอน

และความเชื่อที่ว่าการกินอาหารมัน พวกของทอดที่ส่วนผสมของน้ำมัน ก็มีส่วนที่ทำให้หน้าเกิดสิว ซึ่งในงานวิจัยนี้ได้มีหลักฐานน้อยมากที่ชี้วัดว่าอาหารที่มีน้ำมันเยอะจะทำให้เกิดสิวขึ้นได้ ในกลุ่มคนที่เป็นสิวหลายคนก็ได้ออกมาบอกว่า เมื่อเริ่มได้ลดอาหารที่ส่วนผสมของน้ำตาลสิวเริ่มลดลง

หรือแม้กระทั่งบอกว่างดการกินของหวาน ใบหน้าเรียบเนียนขึ้น สิงไม่ค่อยขึ้น และอีกหลายๆคนที่ได้แสดงความคิดเห็นไปในทางเดียวกัน ซึ่งนี้เป็นข้อพิสูจน์ได้แล้วว่าอาหารมีส่วนที่ทำให้สิวนั้นเกิดขึ้นเช่นเดียวกัน เพราะหลายๆคนส่วนใหญ่มักจะดูแลจากภายนอกและลืมการดูแลจากภายใน อาหารที่อยู่ในงานวิจัยแนะนำนั้นเป็นอาหารที่เพิ่มรสชาติและเป็นของโปรดใครหลายคนเลยก็ได้ และยากต่อการหยุดกิน วิธีการนั้นไม่ยากเลย เพียงแค่คุณสร้างวินัยให้กับตัวเองต่อการเลือกกิน คุณไม่จำเป็นต้องหยุดกินมันไปเลยถาวร แต่แค่ลดการกินให้น้อยลงกว่าเดิมเพียงเท่านั้น

เพราะสารอาหารบางอย่างในอาหารเหล่านั้นมีความจำเป็นต่อร่างกายเช่นเดียวกันถ้าหากกินในปริมาณที่เหมาะสม หรือเลือกกินคู่กับอาหารที่มีประโยชน์ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้วตัวการการเกิดสิวก็มีอีกหลากหลายปัจจัย และสภาพผิวของแต่คนละคนนั้นก็มีความแตกต่างกัน เราควรที่สังเกตร่างกายของตัวเองอยู่เสมอ เพื่อสุขภาพที่ดีและเลือกสิ่งดีๆให้ร่างกายตัวเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  แทงหวยออนไลน์

ทานอาหารเสริมให้เห็นผล

สังคมปัจจุบันเราใช้ชีวิตกันอย่างเร่งรีบ มีเวลาเป็นมาตรฐานในการทำอะไรสักอย่าง ทำให้เรานั้นมักจะบอกกันว่า “ไม่มีเวลา” และการที่เราอ้างว่าไม่มีเวลานั้นมันส่งประกอบไปถึงกิจกรรมหลายๆด้านอย่างเช่น การออกกำลังกาย หรือ การรับประทานหาร

ซึ่งในบทความนี้เราจะมาพูดถึงการรับทานอาหารกัน เมื่อทุกอย่างจะต้องแข่งขันกับเวลา การทานอาหารจึงมีความสำคัญน้อยลง ในความเป็นจริงแล้วทุกๆคนต่างก็ทราบกันดีว่า การทานอาหารที่ถูกต้องจะต้องทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และทานอาหาร 3 มื้อต่อวัน แต่อย่างที่ได้กล่าวไปว่า เวลา คือตัวแปรที่ใช้ตัดสินสิ่งต่างๆ ซึ่งหลายคนจะมองว่าการทานอาหาร 1 มื้อ ใช้เวลาไป 10-15 นาที เวลาเท่านี้ถ้าเอาไปทำอย่างนั้นอย่างนี้ ก็อาจจะเสร็จไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเราคิดแบบนั้นมันก็จริงนั้นแหละ แต่มันจะคุ้มค่ากับสุขภาพร่างกายจริงหรือไม่ เพราะเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้น

จึงเกิดเป็นผลิตอาหารเสริมเกิดขึ้น เพื่อช่วยทำให้ผู้ที่ไม่มีเวลาทานอาหารได้ครบทั้ง 5 หมู่ ได้มีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น แน่นอนว่ามันดีที่เราจะมีอาหารเสริม ที่เปรียบเสมือนสารอาหารที่ร่างกายต้องการ แต่ก็เป็นอีก 1 อย่างที่ทุกคนมักจะหลงลืมเช่นกัน อาหารเสริม ชื่อของมันก็บอกอยู่แล้วว่า “เสริม” ความหมายก็คือ อาหารเหล่านี้จะช่วยเข้าไปเพิ่มสารอาหารที่ขาดหายไปหรือที่ร่างกายได้รับไม่เพียงพอ เป็นการสกัดสารออกมารูปแบบเพียวๆ นั้นแปลว่าการที่อาหารเสริมจะแสดงคุณประโยชน์ได้ดีและเห็นผลมากที่สุดคือ การทานอาหารหลัก

อาหารหลักก็คือแหล่งอาหารทางธรรมชาติ สารอาหารที่มาจากธรรมชาติในหลากรูปแบบ เมื่อเราทานอาหารหลักแล้ว อาหารเสริมจะช่วยเข้าไปกระตุ้นให้ระบบการทำงานดีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันหลายคนนั้นหวังแต่จะกินเพียงอาหารเสริมโดยไม่คำนึงถึงอาหารหลัก หรือมีความคิดเพียงว่าถ้าในอาหารหลักไม่มีสารตัวไหน ก็เพียงแค่ทานอาหารเสริมเท่านั้น ในความเป็นจริงแล้วเราควรเลือกทานอาหารหลากหลายชนิด เพื่อให้ได้รับสารอาหารจากหลายๆแหล่ง แน่นอนว่าสารอาหารจากแหล่งธรรมชาตินั้นเทียบเท่าไม่ได้กับปริมาณของอาหารเสริม

แต่มันจะดีกว่าที่จะนำอาหารเสริมเข้าตามอาหาร เพื่อทั้งอาหารหลักและอาหารหลักทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะเหตุนี้จึงทำให้หลายคนเกิดข้อสงสัยมากมายว่าทำไมทานอาหารเสริมแล้วไม่เห็นผลอะไรเลย ฉะนั้นสิ่งจะต้องย้อนกลับไปตัวเองนั้นก็คือ คุณทานอาหารหลักได้เพียงพอหรือเหมาะสมหรือไม่ การแก้ปัญหาเราควรแค่ที่ต้นปัญหา อย่างพึ่งรีบแก้ด้วยการหาวิธีทางรัดมาเข้าช่วยถ้าเราไม่ทราบว่าปัญหาที่มันเกิดขึ้นนั้นเกิดมาจากอะไร เพราะอาหารเสริมบางชนิดนั้นถ้าไม่ถูกขับออกจากร่างกาย มันจะถูกสะสมเอาไว้กลายเป็นสารพิษ ซึ่งเสี่ยงต่อการเป็นโรคอย่างไม่รู้ตัว

 

สนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv

ปฐมพยาบาลเบื้องต้นแผลจาก การระเบิดของดอกไม้ไฟ ประทัด หรือพลุ


ปฐมพยาบาลเบื้องต้นแผลจาก การระเบิดของดอกไม้ไฟ ประทัด หรือพลุ
ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุในพื้นที่อันตราย เหตุประเทศชาติไม่สงบ มีการใช้ระเบิดต่างๆ หรือเป็นเทศกาลอย่างวันตรุษจีนที่มีการจุดพลุ เทศกาลประเพณีลอยกระทงที่ใช้พลุ หรือจุดดอกไม้เพลิง เรื่องราวพวกนี้อาจจะเป็นผลให้เป็นอันตรายจนได้รับรอยแผลจากระเบิด ประทัด ดอกไม้ไฟ หรือพลุได้ ซึ่งจำต้องได้รับการรักษาพยาบาลเบื้องต้นอย่างทันการ เพื่อลดการรับเชื้อ แล้วก็รักษาได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

แนวทางดูแลรักษาพยาบาลเบื้องต้น
ห้ามเลือดรอบๆ อวัยวะที่ขาด ใช้ผ้าสะอาดปิดแผล แล้วพันรอบๆ เหนือแผลให้แน่นเพื่อป้องกันเลือดไหล ต้องเป็นผ้าแผ่นกว้างๆ ตัวอย่างเช่น ผ้ายืด แต่ไม่สมควรใช้เชือกหรือสายสำหรับรัด ด้วยเหตุว่าจะมีผลให้รัดเส้นประสาทเส้นเลือดเสียได้

ตรวจสอบอาการคนที่บาดเจ็บ ถ้าเกิดเสียเลือดมากให้นอนพัก รีบนำส่งโรงพยาบาล ควรจะงดเว้นอาหารทางปาก จิบน้ำได้เล็กน้อย เนื่องจากบางครั้งอาจจะจำเป็นต้องรับการผ่าตัดด่วน การเก็บรักษาส่วนที่ขาด

เอาสิ่งสกปรกออกมาจากส่วนที่ขาด ล้างน้ำสะอาด ใส่ถุงพลาสติก ปิดปากถุงให้สนิท ใส่เอาไว้ภายในกระติกสำหรับใช้ในการใส่น้ำแข็ง ถุงพลาสติกใหญ่ใส่น้ำแข็ง (อุณหภูมิราวๆ 4 องศาเซลเซียส)

รีบนำส่งโรงพยาบาลอย่างเร็วที่สุด อวัยวะที่มีกล้ามเนื้อเยอะๆ ตัวอย่างเช่น แขน ขา จำต้องได้รับการผ่าตัดต่อเส้นโลหิตให้เร็วที่สุด ด้านใน 6 ชั่วโมง เนื่องจากว่ากล้ามเนื้อจะตาย ถ้าเกิดทิ้งเอาไว้นานเกิน บริเวณรอบๆ ที่ไม่มีกล้ามเนื้อ ตัวอย่างเช่น นิ้ว สามารถเก็บไว้ได้ 12 – 18 ชั่วโมง ยังสามารถต่อได้

ถ้าหากนำส่งโรงพยาบาลได้ภายใน 2-3 ชั่วโมง สามารถรับนำส่งได้เลย ทางทีมแพทย์สามารถจะตระเตรียมเก็บส่วนที่ขาด เพื่อทำต่อได้

ข้อชี้ชัดสำหรับการผ่าตัดต่อนิ้ว แขน ขา
อวัยวะส่วนที่ขาด จำเป็นต้องยังมีเส้นโลหิต รวมทั้งเยื่อไม่บอบช้ำมากมาย อาทิเช่น ถูกมีดฟัน ถูกเครื่องตัด รวมทั้งการเก็บอวัยวะที่ขาด ถ้าเกิดเป็นนิ้วให้เก็บที่ 4 องศาเซลเซียส ไม่เกิน 12-18 ชั่วโมง ส่วนของแขน ขา ไม่เกิน 6 ชั่วโมง ส่วนของมือ ไม่เกิน 12 ชั่วโมง หากมิได้เก็บให้ถูก จะต้องรีบนำส่ง โรงพยาบาล ด้านใน 2-3 ชั่วโมง

เชื้อโรคในห้องน้ำ หลีกเลี่ยงลดความเสี่ยงยังไง

เชื้อโรคในห้องน้ำ หลีกเลี่ยงลดความเสี่ยงยังไง

หากเป็นห้องน้ำที่บ้าน
1. ควรที่จะหมั่นทำความสะอาดบ่อยๆ อย่างน้อย 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์ หรือมากสุดก็คือทุกๆ วัน เพื่อลดการสะสมของเชื้อโรคต่าง ๆ

2. เพื่อลดการกระเด็นของสิ่งปฏิกูลในโถส้วม ควรที่จะปิดฝาส้วมก่อนกดน้ำ

3. ไม่ยืนบนโถส้วม เพราะอาจเสี่ยงส้วมแตก เกิดบาดแผลได้ และที่สำคัญไม่มีใครทำ เป็นกฎข้อห้ามของการใช้ชักโครกเลยก็ว่าได้

4. ไม่วางแปรงสีฟันไว้ใกล้ ๆ โถส้วม ป้องกันการกระเด็นจากน้ำในโถส้วมเมื่อกดชักโครก และควรทำความสะอาดแปรงสีฟันหลังใช้งานทุกครั้ง รวมถึงเปลี่ยนแปรงสีฟันทุก ๆ 3 เดือนหรือเร็วกว่านั้นด้วย

5. เปลี่ยนอุปกรณ์ในห้องน้ำ เช่น สายชำระ ฝักบัว ให้เป็นวัสดุที่ทำจากโลหะแทน ช่วยลดการสะสมเชื้อแบคทีเรียได้มากกว่าแบบที่ทำจากพลาสติก

 

สำหรับห้องน้ำสาธารณะ
1. ควรเลือกใช้บริการห้องน้ำที่สะอาด ไม่มีกลิ่นเหม็น หลีกเลี่ยงห้องน้ำที่สกปรก อดทนไปเข้าอีกที่หนึ่งจะดีที่สุด

2. หลีกเลี่ยงการสัมผัสอุปกรณ์ต่าง ๆ ในห้องน้ำโดยตรง เช่น ลูกบิด กลอนประตู ปุ่มกดชักโครก สามารถใช้ทิชชู่วางก่อนจับได้ และล้างมือทุกครั้งหลังออกจากห้องน้ำ แนะนำให้ล้างด้วยสบู่ทุกครั้งเช่นกัน

3. หลีกเลี่ยงการใช้สายชำระที่ไม่สะอาด หัวสายชำระนี่และที่เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคมาก เพราะฉะนั้นทิชชู่เช็ดดีที่สุด กลับบ้านจึงรีบล้างทำความสะอาด

4. เลือกใช้สบู่ล้างมือที่มาจากภาชนะที่ปิดสนิท แบบใช้แล้วทิ้ง บรรจุภัณฑ์สะอาด

5. ใช้กระดาษเช็ดมือแบบใช้แล้วทิ้ง มากกว่าผ้าขนหนูเช็ดมือ รวมทั้งเครื่องเป่ามือ

11 สัญญาณเตือนว่าคุณกำลังขาดวิตามิน

11 สัญญาณเตือนว่าคุณกำลังขาดวิตามิน

1. ผิวแห้ง หยาบกร้าน
หากคุณรู้สึกว่าผิวของคุณแห้ง และหยาบกร้านขึ้น ถึงแม้ว่าคุณจะบำรุงด้วยครีมแล้วก็ตาม แสดงว่าร่างกายคุณกำลังขาดวิตามินหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น วิตามินเอ ที่ช่วยทำให้เซลล์ผิวหนังแข็งแรงขึ้นและรักษาสภาพเยื่อบุผิว ส่วนวิตามินซีและอี ชวยในเรื่องของการสร้างคอลลาเจน เพื่อบำรุงผิวพรรณ และช่วยรักษาแผลสด

2. นอนไม่หลับ
ร่างกายของคุณอาจมีระดับแมกนีเซียมต่ำ เพราะแมกนีเซียมมีบทบาทสำคัญ ในการช่วยคลายความเครียด ช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย ทำให้คุณสามารถนอนหลับได้ง่ายขึ้น

3. อ่อนเพลีย กล้ามเนื้ออ่อนแรง ปวดกล้ามเนื้อและข้อ
อาการอ่อนเพลีย กล้ามเนื้ออ่อนแรง ปวดกล้ามเนื้อและข้อ เพราะเนื้อเยื่อประสานในร่างกายกำลังผิดปกติ ทำให้เห็นชัดว่าคุณกำลังขาดวิตามินซี ซึ่งมีส่วนช่วยในการสร้างคอลลาเจนที่เป็นส่วนประกอบของเนื้อเยื่อประสาน หากคุณขาดวิตามินซีอย่างรุนแรง อาจทำให้คุณมีเลือดออกตามไรฟัน เข้าสู่ภาวะโรคลักปิดลักเปิด ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากการขาด พบจุดจ้ำเลือดตามผิวหนัง เหงือกร่น และฟันหลุด ร่วมได้

4. กล้ามเนื้อหดเกร็ง ขากระตุก เป็นตะคริวบ่อย ๆ
การที่มีโพแทสเซียมต่ำ อาจทำให้เกิดตะคริวได้ และร่างกายต้องการแคลเซียมในการสร้างกล้ามเนื้อ นอกจากนี้ อาจหมายความว่าร่างกายมีระดับแคลเซียมที่ลดต่ำลง เพราะแคลเซียมมีส่วนช่วยในการตอบสนองของกล้ามเนื้อและเซลล์ประสาท เมื่อแคลเซียมลดลง จะทำให้เซลล์เหล่านี้ถูกกระตุ้นได้ง่ายขึ้น ทำให้เกิดการหดตัว แข็งเกร็ง และเป็นตะคริวได้

5. เลือดกำเดาไหลได้ง่าย เลือดหยุดไหลยาก
นอกจากเลือดกำเดาไหล หากรุนแรงมากอาจทำให้คุณ มีเลือดออกในทางเดินอาหาร และมีจุดจ้ำเลือดที่บริเวณผิวหนัง ที่เป็นเช่นนี้ เพราะคุณกำลังขาดวิตามินเค ซึ่งมีส่วนช่วยในกระบวนการทำให้เลือดแข็งตัว
6. สิว
นอกจากการล้างหน้าไม่สะอาด การเผชิญมลภาวะ การที่ไม่บำรุงผิว หรือไม่ดูแลผิวหน้าให้ดีจะทำให้เกิดสิวแล้ว การขาด วิตามินเอ หรือ วิตามินดี ก็สามารถทำให้เกิดตุ่มคล้ายสิวขึ้นได้เช่นกัน เพราะวิตามินเอ มีส่วนช่วยในการป้องกันการเกิดสิว ลดจุดด่างดำบนในหน้า และลดการอักเสบของสิวได้
7. ผมร่วง
ภาวะการขาด สังกะสี อาจเป็นสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้เกิดอาการผมร่วง ผมบาง ได้ เนื่องจากสังกะสี เป็นแร่ธาตุที่มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโต การสร้างเนื้อเยื่อ รวมถึงการแบ่งตัวของเซลล์รากผมด้วย

8. โรคปากนกกระจอก
โรคปากนกกระจอก เป็นโรคที่สามารถเกิดได้กับทุกเพศทุกวัย และสามารถหายได้เองภายในระยะเวลาสั้น ๆ แต่ก็มีโอกาสเกิดขึ้นซ้ำอีกได้ โดยผู้ที่เป็นโรคนี้ สาเหตุของโรค คือ กำลังอยู่ในภาวะขาดวิตามินบี โดยเฉพาะ วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 และ วิตามินบี 12 รวมถึงการขาดแร่ธาตุสังกะสี และธาตุเหล็ก ทำให้ร่างกายอ่อนแอลง มีภูมิต้านทานต่ำ

9. ปวดชาบริเวณปลายมือ และ เท้า
ร่างกายขาดวิตามิน บี 1 วิตามินบี 6 และวิตามิน บี 12 มักจะทำให้เกิดอาการปวดชาบริเวณปลายมือปลายเท้า โดยวิตามินบี 1 และวิตามินบี 6 ช่วยสร้างสารสื่อประสาท และการส่งสัญญาณประสาท ส่วนวิตามินบี 12 นั้น เกี่ยวข้องกับการสร้างเยื่อไมอิลิน ที่ทำหน้าที่ช่วยส่งสัญญาณกระแสประสาท การขาดวิตามินเหล่านี้ จึงจะทำให้ร่างกายเกิดอาการผิดปกติ ปวด หรือชาบริเวณเส้นประสาทรอบนอก หรือปลายมือปลายเท้าได้

10. เล็บเปราะ
เมื่อร่างกายของคุณมีธาตุเหล็กต่ำ ร่างกายบางส่วนจะเริ่มแสดงความอ่อนแอ ออกมาในรูปแบบของเล็บที่เปราะ ผู้ที่เสี่ยงมีธาตุเหล็กในร่างกายต่ำ คือ ผู้หญิงที่มีอาการประจำเดือนมามากผิดปกติ และ ผู้ที่ทานมังสาวิรัต เพราะร่างกายสามารถดูดซึมธาตุเหล็กที่มากับเนื้อสัตว์ได้ดีที่สุด ดังนั้นจึงนิยมทานผัก เช่น ผักโขม หรือถั่วลูกไก่ ร่วมกับอาหารที่มีวิตามินซีสูง เพื่อเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็กเข้าสู่ร่างกาย

11. กระดูกเปราะ กระดูกหักง่าย
ร่างกายขาดแคลเซียม เพราะเมื่ออายุ 30 ปี ไปแล้ว ร่างกายของเราจะเริ่มสูญเสียความสามารถในการดูดซึมแคลเซียมไป ทำให้อาจมีความเสี่ยงในการเป็นโรคกระดูกบาง ภาวะกระดูกพรุน และกระดูกหัก เนื่องจากมวลกระดูกลดลงนั่นเอง

วิธีรักษาโรคไต การผ่าตัด และวิธีดูแลตัวเอง

หากคุณกำลังป่วยเป็นโรคไต และกำลังกังวลมาก อย่าพึ่งคิดมากเลยค่ะ เพราะวันนี้เรามีคำแนะนำเกี่ยวกับการรักษาโรคไต การผ่าตัด และวิธีรักษา อย่ารอช้าเลยค่ะ เราไปดูกันเลยดีกว่า

วิธีรักษาโรคไต

สำหรับการรักษาในวงการแพทย์เรามีวิธีการรักษาผู้ป่วยไตวาย ให้มีชีวิตที่ยืนยาวและมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ วิธีรักษาโรคไตวายเรื้อรังมี 3 วิธี ได้แก่

  • การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม
  • การล้างช่องท้องด้วยน้ำยา
  • การผ่าตัดเปลี่ยนไต ซึ่งการผ่าตัดเปลี่ยนไตเป็นวิธีการรักษาที่ดีที่สุด

เมื่อไรถึงควรผ่าตัดเปลี่ยนไต?
วิธีการรักษาไต หนึ่งในวิธีที่ต้องทำเลย คือ การผ่าตัดเปลี่ยนไต ซึ่งในอาการของระยะแรกที่แสดงว่าไตของเรากำลังจะเข้าสู่สภาวะเริ่มเสื่อม ในระยะนี้จะไม่มีอาการให้เรารู้ หรือเห็นถึงความผิดปกติ ทั้งนี้ผู้ป่วยจะไม่เคยรู้หรือไม่รู้สึกว่าตัวเองมีความผิดปกติเกิดขึ้น เพราะส่วนใหญ่แล้วจะเริ่มรู้ตัวแล้วไปตรวจหรือจะเกิดอาการก็ต่อเมื่อไตเสื่อมไปแล้วกว่า 80% คราวนี้เมื่อถึงระยะนี้แล้ว วิธีการรักษาที่ดีที่สุดคงหนีไม่พ้นการผ่าตัดเปลี่ยนไต เพราะจะสามารถทดแทนไตเดิมได้เหมือนปกติ โดยระดับของไตที่เสื่อมลง สามารถวัดได้จากการตรวจของแพทย์เท่านั้น

วิธีผ่าตัดเปลี่ยนไต
การผ่าตัดเปลี่ยนไตทำได้ 2 วิธี คือ

  1. การผ่าตัดเปลี่ยนไตโดยไตที่ได้จะมาจากผู้บริจาคที่เสียชีวิตสมองตาย ซึ่งขณะที่ผู้เสียชีวิตยังมีชีวิตอยู่ได้ได้ทำการยื่นแสดงความจำนงที่จะต้องการบริจาคอวัยวะให้กับศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทยไว้ หรืออีกหนึ่งกรณี คือ ถึงแม้ผู้เสียชีวิตไม่ได้เคยยื่นแสดงความจำนงบริจาคอวัยวะมาก่อน แต่ถ้าครอบครัวเห็นสมควรและมีความต้องการที่จะบริจาคอวัยวะของผู้เสียชีวิต ก็สามารถยื่นแสดงความจำนงต่อศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย แทนผู้เสียชีวิตได้
  2. การผ่าตัดเปลี่ยนไตจากผู้บริจาคที่มีชีวิต โดยได้ไตมาจากความเต็มใจของญาติพี่น้องร่วมสายโลหิต หรือจากคู่สมรส กรณีที่เป็นผู้บริจาคไตที่เป็นญาติพี่น้อง กฎหมายของประเทศไทยกำหนดว่าต้องมีการพิสูจน์ความสัมพันธ์กันทางสายเลือดก่อน ส่วนคู่สมรสที่จะบริจาคไตให้กันได้ ต้องจดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมายมาอย่างน้อย 3 ปี หรือต้องมีบุตรด้วยกันที่สามารถตรวจพิสูจน์ความสัมพันธ์ของคู่สมรสได้

วิธีดูแลตัวเองเพื่อป้องกันโรคไตวาย

  • ต้องพยายามควบคุมอาการของโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันสูง อ้วน ให้ร่างกายอยู่ในภาวะปกติโดยเร็ว ไม่ว่าจะเป็นควบคุมทางอาหารการกิน หรือพฤติกรรมต่างๆ ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการควบคุม
  • เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ห้ามรับประทานอาหารที่อาจจะส่งผล หรือเสี่ยงที่จะกระตุ้นให้เกิดอาการของโรค หรือเสี่ยงที่จะเป็นโรคไต
  • ลดอาหารที่มีไขมันสูง ลดอาหารจำพวกแป้ง ลดอาหารเค็มจัด
  • ทานผักผลไม้ให้มากขึ้น เพื่อเสริมวิตามินต่างๆ ให้แก่ร่างกาย
  • เลือกรับประทานข้าวกล้องแทนข้าวขาว
  • ทานเนื้อปลา
  • ควบคุมน้ำหนักไม่ให้เกินเกณฑ์มาตรฐาน
  • งดสูบบุหรี่และงดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • ตรวจเช็คร่างกาย ตรวจเบาหวาน ความดัน รวมถึงไขมันในเลือด

ทั้งนี้เราควรที่จะรู้เพื่อให้เข้าใจและเอาใจใส่ระมัดระวังรักษาสุขภาพให้มากๆ รวมถึงต้องมีการป้องกันและการตรวจสุขภาพเพื่อรู้ให้เท่าทันสุขภาพของเราไว้แต่เนิ่นๆ อย่างสม่ำเสมอ ก็จะเป็นอีกทางหนึ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงการเป็นโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายได้อย่างดี

“ไมโครพลาสติก” ในน้ำดื่ม มีความเสี่ยงมากแค่ไหน

องค์การอนามัยโลกหรือ WHO (World Health Organization) จัดทำรายงานชิ้นแรกที่เกี่ยวกับผลกระทบต่อสุขภาพจากมวลพลาสติกขนาดเล็ก หรือไมโครพลาสติก ซึ่งถูกพบได้ตามแม่น้ำ ทะเลสาบ แหล่งน้ำทิ้ง หรือแม้กระทั่งในน้ำดื่มของมนุษย์

ผลการวิจัยพบว่า หากมนุษย์ดื่มน้ำที่มีมวลพลาสติกขนาดเล็กเข้าไป อันตรายที่มีต่อสุขภาพจะอยู่ในระดับต่ำ

บรูซ กอร์ดอน ผู้ประสานงานแห่งฝ่าย Water, Sanitation and Health ขององค์การอนามัยโลก กล่าวว่า เมื่อร่างกายรับไมโครพลาสติกเข้าสู่ระบบย่อยอาหาร ส่วนใหญ่ของมวลพลาสติกเหล่านั้นจะไม่ถูกดูดซึมสู่ร่างกายมนุษย์

เขากล่าวว่า มวลพลาสติกขนาดจิ๋วในน้ำจากขวดน้ำดื่ม จะถูกพบมากกว่าในน้ำประปาเล็กน้อย และบางส่วนที่พบในน้ำขวดมาจากฝาปิด และจากกระบวนการผลิตขวด

การศึกษาชิ้นนี้ระบุด้วยว่า หากกระบวนการบำบัดน้ำเสียทำได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ จะช่วยลดปริมาณไมโครพลาสติกลงได้อย่างมาก

เจนนิเฟอร์ เดอ ฟร็องซ์ ผู้เชี่ยวชาญที่มีส่วนร่วมในงานวิจัยชิ้นนี้ กล่าวว่า ประชากรจำนวนมากในโลกไม่สามารถเข้าถึงระบบบำบัดน้ำเสียที่มีคุณภาพดีพอ เธอกล่าวว่า ทุกฝ่ายจะได้รับประโยชน์จากการที่มีระบบบำบัดน้ำเสียที่ดี และหากสามารถลดปริมาณมวลสารขนาดเล็กได้ ก็จะมีส่วนช่วยลดเชื้อโรคขนาดเล็กที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ด้วย

องค์การอนามัยโลกกล่าวว่า ควรมีการศึกษามากขึ้นถึงผลกระทบจากมวลพลาสติกขนาดเล็กต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม

WHO แนะนำตามข้อมูลปัจจุบันว่า ควรมีการกำจัดหรือลดปริมาณเชื้อแบคทีเรียขนาดเล็กและสารเคมีที่สร้างความเสี่ยงต่อสุขภาพของมนุษย์ เช่นเชื้อโรคที่เป็นสาเหตุของ โรคท้องร่วง